ถ้าอยากชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านต้องรู้อะไรบ้าง?
ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านต้องรู้อะไรบ้าง

ถ้าอยากชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านต้องรู้อะไรบ้าง?

ช่วงนี้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากราคารถจับต้องได้ หัวใจสำคัญที่ทำให้คนยุคใหม่ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV คือ “ความสะดวกสบายในการชาร์จไฟที่บ้าน” ลองนึกภาพว่าคุณกลับจากทำงาน แค่จอดรถเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ตื่นเช้ามาแบตเตอรี่ก็เต็มพร้อมลุยเหมือนมีปั๊มน้ำมันส่วนตัวอยู่ในบ้าน แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ ถ้าอยากชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง และต้องใช้งบเท่าไหร่ อันตรายไหม

ผมจะบอกว่า ชาร์จที่บ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด โดยวันนี้เรามัดรวมความรู้เบื้องต้น ก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าไว้ให้แล้วครับ

ที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านมีกี่แบบ

สำหรับการชาร์จรถ EV ที่บ้านหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 รูปแบบครับ
แบบแรกคือ “สายชาร์จฉุกเฉิน” เป็นสายชาร์จพกพาที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแถมมากับรถ ข้อดีคือใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งให้เสียเงินเพิ่ม แต่มีข้อเสียคือความเร็วที่ชาร์จได้ค่อนข้างช้า จะเหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราวมากกว่า
แบบที่สองคือ “เครื่องชาร์จ Home EV Charger” หรือที่เรียกกันว่า Wallbox โดยวิธีนี้จะชาร์จเร็วกว่าตัวสายชาร์จฉุกเฉิน (แต่ไม่ได้เร็วเหมือนที่ปั๊มนะครับ) โดยจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 ชั่วโมง พร้อมระบบความปลอดภัยที่เสถียรกว่ามาก แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งครั้งแรก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ชาว EV ยังคงกังวลอยู่

ก่อนติดตั้ง EV Charger ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านต้องรู้อะไรบ้าง

 

1. ขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า

สิ่งแรกเลย เราควรตรวจสอบความปลอดภัยว่ามิเตอร์บ้านรองรับการชาร์จ EV หรือไม่ เพราะการชาร์จที่บ้านจำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน หากมิเตอร์เล็กเกินไปอาจไฟตกหรือไฟตัดบ่อยครั้งได้ ผมขอแนะนำว่าอย่างน้อยขนาดควรจะอยู่ที่ 30(100)A แบบเฟสเดียว หรือสามเฟสครับ ส่วนนี้เราสามารถติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและเปลี่ยนมิเตอร์หรือติดตั้งเพิ่มได้เลยครับ

2. เดินสายไฟเมนใหม่สำหรับจุดชาร์จโดยเฉพาะ

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันปัญหาไฟเกิน ควรจะลากสายตรงจากมิเตอร์ไฟฟ้ามายังจุดติดตั้งเครื่องชาร์จโดยไม่ปะปนกับระบบไฟเดิมของบ้าน เพื่อป้องกันความร้อนสะสมในสายไฟจากการชาร์จต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำอาจจะทำให้สายไฟละลายหรือไฟไหม้ ที่แนะนำคือควรใช้สายไฟขนาด 25 ตร.มม. ขึ้นไป ควบคู่กับการติดตั้ง ลูกเซอร์กิตหรือเบรกเกอร์ย่อย (MCB) เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ครับ

3. ติดตั้งเบรกเกอร์เฉพาะเครื่องชาร์จ

นอกจากการเดินสายไฟแล้ว คุณต้องย้อนกลับมาดูที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) ของบ้านด้วยครับ ตู้ความคุมนี้คือศูนย์กลางที่รวมเบรกเกอร์ทุกตัวในบ้านไว้ด้วยกัน สิ่งที่ต้องตรวจเช็กคือ “ยังมีช่องว่างเหลือไหม?” เพราะเราจำเป็นต้องติดตั้ง เบรกเกอร์ลูกย่อย (MCB) ของ EV Charger แยกออกมาโดยเฉพาะ แต่หากตู้เดิมเต็มแล้วและไม่มีพื้นที่ว่างพอ ก็อาจจะต้องติดตั้งตู้ควบคุมย่อยเพิ่มอีกจุดเพื่อรองรับระบบชาร์จรถไฟฟ้าได้อย่างเป็นปลอดภัยมากที่สุดครับ

4. เช็คเครื่องตัดไฟรั่ว

แม้ว่าเครื่องชาร์จ EV ส่วนใหญ่จะมีระบบความปลอดภัยในตัวอยู่แล้ว แต่การติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) เพิ่มเติมที่ตู้ควบคุมไฟฟ้า ถือเป็นความปลอดภัยอีกชั้นที่ไม่ควรละเลยครับ 

5. เลือกจุดติดตั้งให้เหมาะสม

ควรเลือกติดตั้งเครื่องชาร์จใน พื้นที่ร่มและแห้ง โดยเฉพาะจุดที่มีหลังคาคลุมมิดชิดเพื่อช่วยป้องกันแสงแดดและฝน ที่สำคัญคือควรเลือกจุดที่ใกล้กับตำแหน่งพอร์ตชาร์จของตัวรถ เพื่อให้สามารถดึงสายชาร์จมาเสียบใช้งานได้สะดวกโดยไม่ต้องลากสายตึงจนเกินไป ระยะที่แนะนำคือประมาณ 5 เมตรครับ และหากติดตั้งเครื่องใกล้กับตู้ควบคุมไฟฟ้าหลักก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟอีกด้วยครับ

ติดตั้ง EV Charger ที่บ้านราคาเท่าไหร่

ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านต้องรู้อะไรบ้าง

 

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ แบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก

  • ค่าเครื่องชาร์จ EV: ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท และอาจจะสูงถึง 150,000 บาทหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ และยี่ห้อ กำลังไฟของเครื่องชาร์จครับ
  • ค่าเดินระบบไฟและติดตั้ง: ราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ 10,000 บาท ส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับความพอใจของเราว่าจะเลือกใช้บริการใครได้เลยครับ
  • ค่าเพิ่มและตรวจสอบมิเตอร์ : หากต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนมิเตอร์กับการไฟฟ้า ก็จะอยู่ที่ประมาณหลักพันครับ แต่ถ้าอยากได้ค่าไฟแบบอัตรา TOU ที่คิดอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณ 3,000-7,000 บาท ขึ้นอยู่พื้นที่ครับ

ชาร์จที่บ้านประหยัดกว่าข้างนอกไหม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมจะยกตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายในการชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 60 kWh ให้เต็ม 100% ว่าจะเกิดค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้างนะครับ

  1. สถานีชาร์จสาธารณะ (Fast Charge / DC Charger) ค่าบริการเฉลี่ย 7.5 – 9 บาท/หน่วย ก็จะจ่ายที่ประมาณประมาณ 450 – 540 บาท ขึ้นอยู่กับการคิดค่าบริการต่อหน่วยอีกทีครับ
  2. ชาร์จบ้าน (มิเตอร์ปกติ): สมมุติว่า ค่าไฟตอนนี้เฉลี่ยที่ 4.7 บาท/หน่วย ก็จะจ่ายประมาณ 282 บาท
  3. ชาร์จบ้านมิเตอร์ TOU (ช่วง Off-Peak) มิเตอร์แบบนี้ค่าไฟต่อหน่วยจะถูกกว่า สมมุติว่าประมาณ 2.6 บาท/หน่วย ก็จะจ่ายประมาณ 156 บาท

จะเห็นได้ว่าการชาร์จที่บ้านด้วยมิเตอร์ TOU ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่าการไปปั๊มถึง 3 เท่าครับ แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการติดตั้งมิเตอร์นี้เพิ่ม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย การชาร์จไฟบ้านมิเตอร์ปกติ ก็ยังคุ้มกว่าเท่าตัวกว่าการชาร์จที่สถานีชาร์จสาธารณะครับ

วันนี้เราเปิดรับจัดไฟแนนซ์รถ EV รุ่นยอดนิยม

  • BYD ATTO 3
  • BYD Dolphin
  • ORA Good Cat

ช.ที.เอ็ม พร้อมดูแลเรื่องรถของคุณครบจบในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะใช้รถน้ำมันหรือรถไฟฟ้า เรามีบริการครบวงจร
จัดไฟแนนซ์เล่มทะเบียนรถ จำนำโฉนดที่ดิน รีไฟแนนซ์รถยนต์ ต่อพ.ร.บ.และภาษีรถยนต์

อนุมัติไว ใช้เอกสารน้อย รับเงินได้รวดเร็ว สอบถามสาขาใกล้บ้านคุณได้เลยวันนี้

ช.ที.เอ็ม ลิสซิ่ง บริการรับจำนำโฉนดที่ดินและทะเบียนรถทุกชนิด อนุมัติแล้วโอนเงินทันที

RECENT POSTS

ผ่อนไม่ไหวทำยังไงดี
เทคนิคด้านการเงิน

ผ่อนไม่ไหว…ทำไงดี?

ในยุคที่อะไรๆ ก็แพงไปหมด แต่รายได้กลับไม่ได้ขยับตามค่าครองชีพ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินรุมเร้า บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่หนี้บ้าน หนี้รถ เมื่อถึงจุดที่รายจ่ายเกินรายรับ แล้วเริ่มหมุนไม่ทัน คำถามที่ตามมาคือ.ผ่อนไม่ไหว ทำอย่างไรดี?

ดูเพิ่มเติม »
ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลยปี 2569
สาระน่ารู้

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย 2569

สำหรับใครที่กำลังมีแผนเตรียมสอบใบขับขี่ในปีนี้ แล้วไม่รู้ว่าเวลาสอบใบขับขี่เขาสอบกันอย่างไร วันนี้เฮียชอเลยรวบรวมแนวข้อสอบใบขับขี่มาให้แล้วครับ ที่เป็นแนวจำลองเสมือนจริง รับรองว่าผ่านฉลุยแน่นอนครับ

ดูเพิ่มเติม »

ค้นหาสาขาใกล้บ้าน

ได้เงินเพิ่ม ยืดเวลาผ่อน ลดภาระต่อเดือน และไม่มีค่าใช้จ่ายในการโอนรถ

ได้เงินเพิ่ม ยืดเวลาผ่อน ลดภาระต่อเดือน
และไม่มีค่าใช้จ่ายในการโอนรถ